บางครั้งมันก็ง่ายเหลือเกินที่จะยอมแพ้เมื่อคุณรู้สึกหมดหวัง แต่ในการเรียนภาษาอังกฤษให้ดีนั้น คุณจะเสียความเชื่อมั่นในตัวคุณเองไม่ได้ คนเราแต่ละคนมีสไตล์การเรียนเฉพาะตัวที่แตกต่างกันออกไป ลองลงแรงค้นหาอีกสักหน่อยคุณจะพบสไตล์การเรียนที่เหมาะกับคุณ : If at first you don’t succeed, try, try again.

วันศุกร์ที่ 28 มิถุนายน พ.ศ. 2556

Unit 7 :: Past Simple Tense

Unit 7 : Past Simple Tense
Past Simple Tense นี้เราจะใช้พูดถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในอดีตซึ่งได้สิ้นสุดลงไปแล้วในอดีต

โครงสร้างของ Past Simple Tense


            Past Simple Tense เราสามารถใช้ได้กับเหตุการณ์ดังต่อไปนี้

1.     จะใช้กับเหตุการณ์ที่เกิดในอดีตที่มีเวลาบ่งบอกไว้ซึ่งคำเหล่านั้น คือ last night, yesterday, last week, in 1992, the other day, three years ago, this morning เช่น
-       Tony went to the zoo yesterday.

2.     ใช้กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในอดีตที่มีจำนวนเวลาชี้เฉพาะ แต่ไม่มีตัวเวลากำหนดไว้ เช่น
-       I drew this picture twenty minutes.

3.     ใช้กับผลงานของการกระทำที่ใช้กับ Present Perfect เช่น
-       Where have you been?

4.     ใช้กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นระยะเวลาหนึ่งที่เกิดในอดีต แต่ปัจจุบันไม่ทำแล้ว เช่น
-       He stayed in this town for ten years. (but now he doesn’t stay)

5.     ใช้กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจนเป็นนิสัยในอดีตและมักจะมีคำว่า always, often, frequently ปรากฏอยู่ในประโยค เช่น
-       When I was young, I always went to school early.

6.     ใช้ used to + V1 กับการกระทำในอดีต แต่ปัจจุบันไม่ได้ทำแล้ว
-       He used to smoke but he stop now.

7.     ใช้ในประโยค Reported Speech เช่น
-       Toy : I have lost my book.
Tan : Tran, what did Toy say?
Tran : He said that he had lost his book.

8.     ใช้ในประโยคที่แสดงเงื่อนไขที่ไม่น่าจะเป็นไปได้หรือเป็นไปไม่ได้เลยทั้งในปัจจุบันและอนาคต เช่น
-       If I were the President of America, there wouldn’t be income taxes.

9.     มักจะใช้หลังคำว่า as if, as though, it is time, if only, wish, would rather เช่น
-       Tom would rather walked to school.

ข้อแตกต่างระหว่าง Past Simple Tense กับ Present Perfect Tense
-     Simple Past เราใช้กับเหตุการณที่เกิดขึ้นในอดีตและได้สิ้นสุดลงแล้วและจะมีเวลาในอดีตกำกับไว้
-     ในส่วนของ Perfect Tense นั้นเราจะใช้กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในอดีตและรวมเข้ากับเหตุการณ์ในปัจจุบัน ซึ่งเหตุการณ์ในอดีตยังไม่สิ้นสุดลงปละมีผลต่อเนื่องถึงปัจจุบัน

ในการเปลี่ยนประโยค Past Simple Tense ให้เป็นประโยคคำถามและประโยคปฏิเสธ ผู้อ่านสามารถทำได้ ดังนี้

1.    ประโยคคำถาม โดยการนำ “did” มาไว้ต้นประโยคและเปลี่ยนกริยาแท้ในประโยคเป็นช่องที่ 1
-       Did we study French yesterday?
แต่ถ้าในประโยคมี verb to be เป็นกริยาแท้ในประโยค ให้นำ verb to be นั้นขึ้นต้นประโยคเลย
-       Were you at the theatre?

2.    ประโยคปฏิเสธ ให้นำ did not (didn’t) มาวางไว้ข้างหน้ากริยาแท้แล้วเปลี่ยนกริยาเป็นช่อง 1
-       Alice left here last week.       --- > Alice leave here last week.

ในส่วนของประโยค Past Simple Tense คือ Verb to “be” (was, were) เมื่อเราต้องการเปลี่ยนประโยคบอกเล่าให้เป็นประโยคปฏิเสธหรือประโยคคำถาม เราไม่ต้องใช้ verb to do คือ did มาเป็นกริยาช่วย เพราะ verb to be สามารถเป็นได้ทั้งกริยาแท้และกริยาช่วย

ในการตอบคำถาม ถ้าเราต้องการตอบ “Yes” ประโยคที่ตามหลัง yes จะเป็นประโยคบอกเล่า ในส่วนของคำตอบ “No” ก็เช่นกันคือ ถาต้องการตอบ “No” ประโยคที่ตามหลัง “No” จะต้องเป็นประโยคปฏิเสธ เช่น

Did he walk to home last night?   --- >     Yes, he walked to home last night. (Yes, he did.)

Did we play tennis yesterday?     --- >     No, we didn’t play tennis yesterday (No, we didn’t.)


Cr. หนังสือ สุดยอด Tense

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น