บางครั้งมันก็ง่ายเหลือเกินที่จะยอมแพ้เมื่อคุณรู้สึกหมดหวัง แต่ในการเรียนภาษาอังกฤษให้ดีนั้น คุณจะเสียความเชื่อมั่นในตัวคุณเองไม่ได้ คนเราแต่ละคนมีสไตล์การเรียนเฉพาะตัวที่แตกต่างกันออกไป ลองลงแรงค้นหาอีกสักหน่อยคุณจะพบสไตล์การเรียนที่เหมาะกับคุณ : If at first you don’t succeed, try, try again.

วันอังคารที่ 18 มิถุนายน พ.ศ. 2556

Unit 11 :: Future Simple Tense

Future Simple Tense คือ Tense ที่เราใช้กับการกระทำที่จะเกิดขึ้นในอนาคต ยังไม่ได้เกิดขึ้นในขณะที่พูดแต่เป็นการคาดว่าจะปรากฏหรือจะเกิดขึ้นในอนาคต

โครงสร้างของ Future Simple Tense
ต่อไปนี้คือ การใช้ Future Simple Tense ที่คุณผู้อ่าน สามารถนำไปใช้ดังนี้
1.     เราจะใช้กับเหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต โดยมักจะมีคำวิเศษณ์บอกเล่าในอนาคตกำหนดไว้ด้วย เช่น tomorrow, next year, the day after tomorrow ดังประโยคตัวอย่างต่อไปนี้

I will telephone you tomorrow
I shall telephone you tomorrow
I am going to telephone you tomorrow

2.     เราจะใช้หลังคำกริยาที่แสดงากรสันนิษฐาน การคาดการณ์ล่วงหน้า หรือเป็นความคิดเห็น เช่น
The student fears that the report will not pass again.

3.     มักจะใช้กริยาที่เกี่ยวกับการได้ยิน การมองเห็นและอารมณ์ เช่น
notice    realize   see
like        hate      fear      เช่น

-       I’ll always hate that man although I know he’s a perfect man.

4.     จะใช้กับประโยคสมมติที่จะแสดงเหตุการณ์ในอนาคต
เช่น – I will go out if I do my homework finish.

5.     เราจะใช้หับเหตุการณ์ 2 เหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้นในอนาคตและจะต้องเชื่อมด้วยคำสันธาน

ในส่วนของ Main clause เราจะใช้ Future Simple
ในส่วนของ Time clause เราจะใช้ Present Simple
เช่น I will know Advance English Grammar when I finish school of Humanities
                                  (main clause)                 (time clause)

“Be going to”
อีกโครงสร้างหนึ่งของ Future Simple Tense นอกเหนือจากการใช้ will หรือ shall ที่น้อง ๆ ทราบกันดีนั้นก็คือ “be going to”

วิธีการใช้ be going to
1.     เราจะใช้กับเหตุการณ์ที่เป็นความตั้งใจของผู้พูด เช่น
-       I am going to shopping with my friend n Sunday.

2.     เราจะกล่าวถึงเหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้นในอนาคตอันใกล้ ซึ่งในกรณีนี้เราอาจจะใช้ Present Continuous ได้ใกล้ ซึ่งกรณีนี้เราอาจจะใช้ Present Continuous ได้ แต่อาจจะแตกต่างกันเล็กน้อย เช่น
-       I’m meeting Robert at the airport at nine o’clock (ในกรณีนี้ Robert กับฉันได้นัดกันก่อนล่วงหน้า)
-       I’m going to meet Robert at the airport at nine o’clock. (ในกรณีนี้ฉันแปลกใจที่เจอ Robert ที่สนามบินเพราะไม่ได้นัดกันมาก่อน)

3.     เป็นการคาดเดาว่าเหตุการณ์บางอย่างจะเกิดขึ้นอย่างแน่นอน หรือผู้พูดแน่ใจว่าเหตุการณ์นั้นจะเกิดขึ้นอย่างแน่นอนในอนาคต เช่น
-       She is going to graduate after she past the final examination next week.

1.    ประโยคคำถาม โดยการนำ “will” หรือ “be going to” มาขึ้นต้นประโยค เช่น
-       Will your brother spend next years in Lumpang
-       Is she going to wash her hair.
-        
2.    ประโยคปฏิเสธ โดยการนำ not ตามหลัง will หรือ verb to be เช่น
-       My brother will not spend next year in Lumpang
-       She isn’t going to wash her hair.
หมายเหตุ ในบางภาษาพูดเรามักจะใช้ will กับทุกบุรุษ และมักจะใช้ในลักษณะรูปย่อ ดังนี้คือ

I will = I’ll                     You will = You’ll
We will = We’ll              They will = They’ll
He will = He’ll                She will = She’ll

รูปย่อของประโยค Negative มีดังนี้

            will not = won’t
            shall not = shan’t


ผู้เขียนบล็อกหวังว่าความรู้จากบล็อกนี้จะเป็นประโยชน์กับทุกท่านที่สนใจค่ะ
Cr. หนังสือ สุดยอด Tesnse

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น